IRVING & MORRISON รวมไอเดียตกแต่งบ้านและคอนโดด้วยเฟอร์นิเจอร์หลากหลายสไตล์

Irving & Morrison Interior Design บริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่ได้รับรางวัลด้านการออกแบบ ตั้งอยู่ในกรุงเทพ ประเทศไทย ที่ให้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถระดับพรีเมี่ยมแก่ลูกค้าในทุกระยะของโครงการของคุณ

เราเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญที่ใส่ใจทุกรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่การตกแต่ง, การทำงานกับสถาปนิก, ประสานทีมผู้รับเหมาก่อสร้าง, ไปจนถึงเปิดขาย เราสร้างพื้นที่ที่ผู้คนชื่นชอบ

บทความล่าสุด

ทริคแต่งบ้าน ฉบับคนของเยอะแต่ห้องน้อย

สำหรับบ้านไหนที่มีของจำเป็นเยอะ แต่ห้องน้อยหรือพื้นที่ภายในบ้านไม่เพียงพอต่อการจัดเก็บสิ่งของเหล่านั้น วิธีการที่ดีที่สุด คือการเก็บบ้านแล้วคัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นทิ้งลงขยะไป แต่บางครั้งถึงแม้จะทิ้งไปเยอะแล้วก็ตาม แต่ของจำเป็นต้องเก็บไว้ก็ยังมีเหลืออยู่จำนวนมาก

1.บิวอินท์ตู้รองรับการจัดเก็บ

ทริคแต่งบ้านทริคแรกขอแนะนำการบิวอินท์ตู้ เพื่อรองรับการจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ บ้านใครห้องน้อย แค่ห้องนอนก็จะไม่พอคนอยู่แล้ว ถ้าต้องมาแบ่งห้องให้เป็นห้องเก็บของอีก เห็นทีจะไม่ไหว ห้องเก็บของที่มีอยู่ก็อาจเล็กเกินไป ไม่เพียงพอกับข้าวของที่มี แนะนำให้เอาข้าวของเก็บไว้ตามห้องต่างๆ อาจจะเป็นห้องนอนก็ได้ หากบ้านมีทั้งหมด 2 ห้องนอน ก็เอาของกระจายไปเก็บไว้ในห้องให้ครบ 2 ห้องนอนเลย ไม่ใช่ว่าจะแนะนำให้เอาของไปกองๆ ไว้ให้มันรกห้องต่างๆ แต่จะแนะนำว่าให้บิวอินท์ตู้เอาไว้ตามห้องต่างๆ 

รวมถึงห้องโถง ห้องนั่งเล่น เพื่อให้เพียงพอต่อการจัดเก็บสิ่งของ คราวนี้จะเอาของไปเก็บไว้ในห้องไหนก็ได้ โดยการแอบซ่อนเอาไว้ในตู้ที่บิวอินท์ไว้รองรับ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ภายในบ้านมีที่เก็บของมากขึ้นกว่าเดิม แม้ห้องจะน้อยไม่เพียงพอต่อการเก็บของ แต่การสั่งทำตู้เก็บของไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน โดยเฉพาะการบิวอินท์ติดกับผนัง ที่สามารถใช้พื้นที่บนฝาผนังได้ตามความสูงของผนังที่มี ยิ่งช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มากขึ้น

2.เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เก็บของได้

อีกหนึ่งทริคแต่งบ้าน หากภายในบ้านมีห้องน้อยหรือพื้นที่เก็บของไม่เพียงพอ แนะนำให้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเก็บของได้มากๆ ไม่ว่าจะเลือกชิ้นไหนก็ให้เน้นที่ “มีตู้มีลิ้นชัก” ในตัว เพื่อให้จัดเก็บสิ่งของได้ เพราะเฟอร์นิเจอร์เดี๋ยวนี้ มีดีไซน์หลากหลาย บางชิ้นเน้นโปร่ง เพื่อให้ดูโล่ง แต่บางครั้งเฟอร์นิเจอร์ที่มีความโปร่งก็ประโยชน์ใช้สอยน้อย ไม่รองรับต่อการจัดเก็บสิ่งของ หลายครั้งเฟอร์นิเจอร์ที่ดูโปร่ง กลายเป็นที่วางของแบบไม่เป็นระเบียบ เช่น โต๊ะเขียนหนังสือแบบเป็นโครงเหล็กแล้วมีแค่ Top ไว้เขียนหนังสือ ไม่มีตู้และไม่มีลิ้นชัก ทำให้ต้องวางหนังสือไว้บนโต๊ะ หรือเอกสารตั้งใหญ่ ถูกวางรกรุงรังอยู่ใต้โต๊ะเขียนหนังสือ

จึงควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีตู้หรือลิ้นชักรองรับการเก็บของด้วย เช่น โต๊ะเขียนหนังสือที่มีตู้เอาไว้เก็บพวกเอกสาร หรือมีลิ้นชักเอาไว้เก็บอุปกรณ์เครื่องเขียน หรือเตียงนอนที่มีลิ้นชักใต้ที่นอน เอาไว้เก็บผ้าห่ม หมอน หรือของใช้อื่นๆ ที่ต้องการ หรือแม้แต่ชั้นวางโทรทัศน์ หากเลือกเป็นชั้นที่มีตู้หรือลิ้นชัก หรือจะเป็นตู้บิวอินท์หลายๆ ช่อง ก็ช่วยให้เก็บของได้มาก 

3.จัดหมวดหมู่ของชิ้นเล็กและใหญ่

การแยกประเภทของตามขนาด แบ่งออกเป็นหมวดหมู่สิ่งของขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้มากกว่าการเก็บของชิ้นเล็กกับชิ้นใหญ่เอาไว้ปะปนกัน เพราะการเก็บปนกันย่อมทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัตถุ ซึ่งเปลืองเนื้อที่มากกว่า หรือหากจำเป็นต้องจัดเก็บปะปนกันจริงๆ ให้สังเกตพวกช่องว่าง ระหว่างวัตถุแล้วนำของชิ้นเล็กๆ ที่สามารถแทรกได้ นำไปแทรกไว้ จะช่วยเก็บของได้มากขึ้น มีพื้นที่เหลือเพิ่มขึ้น

4.ราวแขวนช่วยได้

ทริคจัดบ้านสำหรับคนของเยอะแต่ห้องน้อย ไม่รู้จะเก็บของยังไงให้เพียงพอ ลองหันมาใช้ราวแขวน เพื่อจัดเก็บสิ่งของหรือวัตถุที่เป็นผ้า ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น ลองติดตั้งพวกราวแขวนเอาไว้ในห้องใดห้องหนึ่ง หรือแม้แต่ในห้องเก็บของก็ได้ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในห้องเก็บของให้รองรับสิ่งของได้มากขึ้น เพื่อจัดเก็บพวกวัตถุที่ไม่มีน้ำหนักมากนักให้แขวนอยู่บนราว จะได้เหลือพื้นที่ตรงบริเวณพื้นให้สามารถจัดวางสิ่งของได้เยอะขึ้น 

สิ่งของที่สามารถแขวนได้ ได้แก่ เสื้อผ้า กระเป๋า หรือวัตถุอื่นๆ ที่มีน้ำหนักไม่มาก อาจจะหาซื้อพวกชั้นแขวนจัดระเบียบที่เป็นพลาสติกพับเก็บได้ ลักษณะมีหลายชั้นและมีหัวเป็นทรงตะขอแขวนบนราวได้ สามารถวางสิ่งของที่ต้องการตามชั้นต่างๆ ได้ ช่วยให้ประหยัดเนื้อที่มากขึ้น

5.ตะขอแขวนช่วยลดพื้นที่

นอกจากราวแขวนก็ต้องยกให้ตะขอแขวน ที่เป็นอีกหนึ่งทริคการจัดแต่งบ้านให้สามารถเก็บของได้ แม้ของเยอะ แต่ห้องน้อยไม่เพียงพอต่อสิ่งของเหล่านั้น วิธีการคือติดตั้งพวกตะขอแขวนไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อรองรับการจัดเก็บพวกกระเป๋า เสื้อผ้า กุญแจ และอื่นๆ ที่สามารถแขวนกับตะขอได้ โดยจุดที่แนะนำให้ติดตั้งตะขอแขวน ได้แก่

  • หลังประตู แนะนำให้ติดตั้งตะขอแขวนไว้ที่หลังประตู อาจจะเป็นประตูห้องนอนหรือห้องอื่นๆ เพื่อรองรับการจัดเก็บสิ่งของบางอย่างที่ต้องการ
  • ในตู้เสื้อผ้าหรือตู้เก็บของ ไอเดียนี้น่าสนใจสำหรับการติดตั้งตะขอแขวนเอาไว้ในตู้เก็บของหรือตู้เสื้อผ้าต่างๆ ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในตู้เหล่านั้นได้ จากที่ต้องพับผ้าหรือวางสิ่งของทุกอย่างไว้ในตู้เพียงอย่างเดียว (นอกจากการแขวนเสื้อผ้ากับไม้แขวน) ก็แบ่งสิ่งของบางส่วนมาแขวนที่ตะขอบ้าง ช่วยให้ตู้ใบนั้นเก็บของได้มากขึ้น แถมยังเป็นระเบียบ เพราะการติดตะขอแขวนภายในตู้ จะทำให้การแขวนข้าวของไม่รกรุงรัง หรือเกะกะสายตา เพราะถูกเก็บในตู้ที่ปิดมิดชิดแล้ว
  • บริเวณจุดอับต่างๆ นอกจากการติดตั้งตะขอแขวนภายในตู้ แนะนำให้เล็งพวกจุดอับต่างๆ ที่มองไม่เห็น ก็สามารถนำตะขอแขวนไปติดตั้งเอาไว้ได้ เช่น ซอกตู้ ที่อาจจะเหลือช่องว่างระหว่างข้างตู้กับฝาผนังเอาไว้ หากติดตั้งตะขอแขวนที่บริเวณนั้น จะช่วยให้สามารถเก็บของบางอย่างได้

ทั้งหมดนี้ก็เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่เหมาะสำหรับคนที่อยู่ห้องสตูดิโอหรือคนที่มีของเยอะแต่ห้องน้อย หรือพื้นที่ไม่เพียงพอต่อข้าวของเหล่านั้น เพื่อให้สามารถจัดการกับข้าวของที่ไม่สามารถทิ้งไปได้

แชร์ทริคแต่งบ้านให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศ รับกระแส Work from home

หลังสถานการณ์โรคระบาด ทำให้เกิด New normal ขึ้น หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปในเรื่องของการใช้ชีวิต อย่างเช่นในเรื่องของการ Work from home ที่จากสถานการณ์ Covid-19 ทำให้หลายๆ องค์กรต้องปรับเปลี่ยนการทำงานไปในช่วงเวลาหนึ่ง บางแห่งพบว่าการ Work from home สามารถไปได้ดี จึงมีนโยบายที่จะทำต่อเนื่องแม้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ก็เลยอยากจะแชร์ร์ทริคแต่งบ้านให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศ เพื่อพนักงานทั้งหลายที่ต้องทำงานที่บ้านอย่างลงตัว

1.เลือกมุมบ้านเพื่อแปลงเป็นมุมทำงาน

ก่อนอื่นสำรวจพื้นที่ภายในบ้านเสียก่อน ว่ามุมไหนที่เหมาะสำหรับการทำงานมากที่สุด แนะนำให้มุมสงบและเงียบ ที่สำคัญต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับโต๊ะทำงาน และเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ ไม่ต้องยึดมุมที่กว้างขวางมาก เช่นโถงตรงกลางบ้านอาจไม่เหมาะ เพราะคนเดินผ่านไปมา ทั้งตัวคนทำงานเองก็อาจขวางทางเดิน และสิ่งรอบข้างที่ไม่สงบก็อาจรบกวนคนทำงานได้ 

หากไม่มีมุมเงียบจริงๆ ก็คงต้องเป็นห้องนอนส่วนตัว หรือถ้าหากมีห้องเหลือๆ เช่น บางบ้านออกแบบมุมห้องครัวมาให้ แต่บ้านหลังนั้นต่อเติมหลังบ้านให้เป็นห้องครัวแทน ก็อาจยึดมุมห้องครัวเดิมมาเป็นมุมทำงานก็น่าสนใจไม่เบา

2.เริ่มจัดตกแต่ง

เมื่อหามุมทำงานได้แล้วก็เริ่มลงมือจัดตกแต่งแปลงให้เป็นโต๊ะทำงาน หากทำงานในห้องนอน ก็อาจมีมุมหนึ่งของห้องที่เป็นมุมทำงานโดยเฉพาะ เช่น หากมุมขวาของห้องเป็นเตียงนอน มุมซ้ายสุดของห้องก็อาจเป็นโต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้เสร็จสรรพ มีที่เก็บเอกสารพร้อม เพื่อให้ Flow การทำงานไม่สะดุด ไม่ใช่ว่าถ้าจะหาเอกสารทีจะต้องลุกไปค้นในตู้ หรือใต้เตียงให้มันลำบาก เช่นกันสำหรับมุมอื่นๆ ที่ไม่ใช่ห้องนอน ก็ควรมีพื้นที่เพียงพอวางโต๊ะทำงานและที่เก็บเอกสารให้พร้อม หากต้องใช้เครื่องพิมพ์เอกสาร ก็ควรวางอยู่ด้วยกันใกล้ๆ โต๊ะทำงาน 

3.โต๊ะ & ตู้ แขวนผนังประหยัดพื้นที่

ทริคการตกแต่งบ้านให้เป็นโฮมออฟฟิศ เพื่อประหยัดพื้นที่ กรณีที่บ้านไม่ได้มีห้องทำงานแบบเฉพาะเจาะจง ต้องใช้ร่วมกับห้องอื่นๆ เช่น ห้องนอน หรือห้องนั่งเล่น เป็นต้น การเลือกใช้โต๊ะ & ตู้ แบบแขวนผนัง จะช่วยประหยัดเนื้อที่ลงไปได้มาก 

ยิ่งถ้าหากต้องใช้บริเวณที่ว่างๆ ของบ้านที่ไม่ได้ถูกแบ่งเป็นห้องอะไรเลย อาจจะเป็นโถงของบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าการตั้งโต๊ะย่อมเป็นปัญหา เพราะจะขวางทางเดิน จึงขอแนะนำให้ใช้เป็นโต๊ะแขวนผนังแทน โดยจัดโต๊ะให้เข้ามุมไปเลย ติดตั้งโต๊ะแขวนกับผนัง คนทำงานหันหน้าเข้าผนัง พร้อมกับพวกตู้เก็บเอกสารก็แขวนผนังด้วย สามารถแขวนอยู่เหนือโต๊ะทำงานก็ได้ ช่วยประหยัดพื้นที่มากขึ้น หยิบใช้งานสะดวก

4.เลือกโต๊ะแปลงร่างสารพัดประโยชน์

ปัจจุบันมีเฟอร์นิเจอร์หลายอย่างที่ออกแบบมาให้รองรับกับประโยชน์หลากหลาย อย่างเช่นโต๊ะที่สามารถพับเก็บ หรือปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ ยกตัวอย่างโต๊ะทำงานที่มีลิ้นชักสามารถพับหักมุมได้ หรือจะกางออกและใช้งานแบบ 180 องศาก็ได้ โต๊ะแบบนี้จะช่วยให้ง่ายต่อการจัดวางในพื้นที่ที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป 

หรือโต๊ะกลางรับแขกบางตัวปัจจุบันก็มีการออกแบบพับหน้าโต๊ะให้สูงขึ้นมาเพื่อเป็นโต๊ะทำงานได้ สามารถวางโน๊ตบุ๊คได้ในระดับที่เหมาะสม ก็ช่วยให้สามารถใช้มุมรับแขกเป็นมุมทำงานได้ในตัว ภายในโต๊ะรับแขกตัวนั้นยังสามารถใส่เอกสารได้ด้วย เพราะโต๊ะที่พับเข้าพับออกแบบนี้ ใต้ผิวหน้าของโต๊ะมักจะเป็นกล่องเก็บของ หรือเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น ที่เป็นชั้นวางของติดผนัง บางครั้งก็พับออกมาเป็นโต๊ะทำงานได้ และเมื่อพับปิดก็กลายเป็นชั้นวางลอยๆ เก๋ๆ สารพัดประโยชน์แบบประหยัดพื้นที่ ดูดีสุดๆ ไปเลย

5.เฟอร์นิเจอร์ล้อเลื่อน 

อีกหนึ่งชิ้นงานที่ช่วยเปลี่ยนแปลงบ้านเป็นออฟฟิศได้ง่ายๆ จากกการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบล้อเลื่อน อย่างพวกลิ้นชักเก็บเอกสาร หากเลือกใช้เป็นล้อเลื่อนก็ช่วยให้สะดวกมากขึ้น สามารถเลื่อนไว้ใต้โต๊ะระหว่างทำงาน หลังทำงานอาจจะเลื่อนไปเก็บไว้บริเวณอื่น เพื่อให้มุมทำงานนั้นเปลี่ยนแปลงไปใช้ประโยชน์อื่นได้ 

ยกตัวอย่างเช่น มุมทำงานที่เป็นโต๊ะแขวนผนังเล็กๆ กับตู้เก็บของแขวนผนัง เวลาปกติอาจเป็นเพียงมุมตกแต่งผนังบ้านธรรมดา แต่ถ้าหากต้องการใช้ทำงานก็ลากลิ้นชักมาไว้ใต้โต๊ะ และลากเก้าอี้ล้อเลื่อนมาวาง ก็จะกลายเป็นมุมทำงานที่หยิบจับอะไรก็ใกล้มือ หลังใช้งานเสร็จก็ลากไปเก็บได้ ปล่อยพื้นที่โล่งๆ ตามเดิม ไม่เกะกะ 

อีกหนึ่งชิ้นขอนำเสนอเป็นโต๊ะคอมพิวเตอร์แบบล้อเลื่อนที่สามารถคร่อมเตียงนอนได้ กำลังได้รับความนิยมมาก เหมาะสำหรับใช้ปรับพื้นที่ในห้องนอนให้กลายเป็นห้องทำงาน ยิ่งถ้าหากห้องนอนมีขนาดไม่ใหญ่มาก กะทัดรัด ก็สามารถนั่งทำงานบนเตียงได้เลย โดยการลากโต๊ะทำงานมาคร่อมเตียง สะดวกสุดๆ 

6.แปลงห้องนอนเป็นห้องทำงานด้วยเตียงยกสูง

อีกหนึ่งแนวคิดสำหรับเปลี่ยนบ้านให้เป็นโฮมออฟฟิศง่ายๆ หากต้องใช้ห้องนอนเป็นห้องทำงานไปด้วย ลองมองเป็นเตียงยกสูง คล้ายๆ เตียงสองชั้น โดยชั้นที่นอนลอยขึ้นไปเหนือหัว บริเวณใต้ที่นอนนี่เองที่สามารถใช้เป็นมุมทำงานได้ โต๊ะยกสูงบางชุดมีโต๊ะทำงานใต้เตียงให้ในตัวเลย แต่ถ้าหากไม่มีมาให้ ก็หาโต๊ะทำงานมาวางไว้ในบริเวณที่ว่างใต้ชั้นนอน รับรองว่าประหยัดพื้นที่ไปใด้เยอะ สามารถทำงานได้อย่างสงบอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ก็เป็นทริคการตกแต่งเล็กๆ ที่ช่วยเปลี่ยนบ้านให้เป็นโฮมออฟฟิศตอบโจทย์การทำงานที่บ้านได้ สร้างห้องทำงานในฝันด้วยทริคง่ายๆ เน้นการประหยัดพื้นที่ภายในบ้าน ทั้งที่ยังสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว

10 Tips จัดการห้องสตูดิโอยังไงให้ดูกว้างขึ้น

หากปัจจุบันคุณอาศัยอยู่ในพาร์ทเมนต์แบบห้องสตูดิโอ พื้นที่ใช้สอยอาจะเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก มองไปทางไหนก็ดูรกไปหมด และคุณอาจรู้สึกว่าการจัดการกับพื้นที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ปัญหานี้เรามีทางแก้ คุณเองก็สามารถจัดการกับพื้นที่ที่จำกัดให้ดูกว้างได้อย่างมีสไตล์ ดังนั้นหากคุณพร้อมที่จะลบล้างความเศร้าโศกในห้องสตูดิโอของคุณลองนำเทคนิคเหล่านี้มาใช้ดู

จัดระเบียบของชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ถึงแม้ว่าคุณจะพยายามทิ้งของที่ไม่จำเป็นออกไปบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนของก็ยังเยอะอยู่ดี ลองเอาของที่คุณจำเป็นต้องเก็บไว้ มาจัดวางให้มันดูน่าสนใจขึ้นดีมั้ย ลงทุนซื้อชั้นวางของสวยงามในแบบที่คุณชอบ เอามาจัดระเบียบหนังสือของคุณตามขนาดและสี วางเครื่องเล่นซีดีหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง พร้อมจัดวางแผ่นเสียงซ้อนไว้อีกชั้น แล้ววางพรมในมุมที่คุณต้องการให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น เป็นวิธีง่าย ๆ ในการแปลงภาพที่ยุ่งเหยิง ให้ดูน่าสนใจมากขึ้น

ใช้ประโยชน์จากแสง

แสงจากธรรมชาติมีความสามารถพิเศษในการทำให้พื้นที่ใด ๆ รู้สึกโล่งและโปร่งสบายมากขึ้น การเลือกของตกแต่งสีขาวก็ยังช่วยให้ดูสบายตาขึ้นมาอีกด้วย หากคุณต้องการใช้ฉากกั้นในการสร้างภาพลวงตาเป็นห้องต่าง ๆ ในสตูดิโอของคุณให้เลือกพื้นที่ ที่มีแสงสว่างส่องเข้ามาเพียงพอ หรือจะเลือกชั้นวางของมาวางกั้นไว้ ก็สามารถแยกห้องนอนและห้องนั่งเล่นออกได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่ยังให้แสงสว่างมากพอทั่วทั้งพื้นที่

ใช้ประโยชน์จากเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์

ทุกวันนี้เรามีเฟอร์นิเจอร์มากมายให้เลือกใช้ประโยชน์ความความต้องการ มองหาเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเป็นได้มากกว่า 1 อย่าง เช่น โต๊ะทำงานที่มาพร้อมกับชั้นวางของ แถมยังมีที่เก็บเก้าอี้ใต้โต๊ะ หรือเก้าอี้ทีสามารถเก็บของข้างในได้ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บมากยิ่งขึ้น

ใช้ประโยชน์จากชั้นลอย

การจัดระเบียบของเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่เป็นประจำถ้าคุณอยู่ห้องสตูดิโอ เพื่อทำให้ห้องสะอาด เรียบร้อย และดูเก๋ไก๋ แต่ทำยังไงเราถึงจะเพิ่มพื้นที่วางของมากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เข้ามาในบ้าน ลองหาชั้นลอยแบบติดผนังมาไว้จัดระเบียงของในห้องดู ไม่ว่าจะเป็นของแต่งห้อง หรือของที่เราหยิบใช้อยู่ตลอด ชั้นลอยจะช่วยให้มองเห็นได้ง่ายแถมยังใช้พื้นที่เปล่าให้เกิดประโยชน์อีกด้วย

ใช้ประโยชน์จากกระจก

กระจกเป็นอะไรที่วิเศษมาก เมื่อพูดถึงความสามารถในการปรับปรุงสตูดิโอขนาดเล็กให้ดูกว้างขึ้น และนั่นก็เพราะ ยิ่งคุณมีพื้นผิวสะท้อนแสงมากขึ้นเท่าไหร่ ห้องของคุณก็จะดูใหญ่ขึ้นเท่านั้น ลงทุนซื้อกระจกเงาบานใหญ่มาซักอัน สองอัน เพื่อลดความรู้สึกอึดอัด ด้วยการสร้างภาพลวงตาของพื้นที่มากขึ้น

ตู้เสื้อผ้าแบบ Open closet 

หนึ่งในความท้าทายที่ยากที่สุดที่มาพร้อมห้องสตูดิโอ คือการขาดพื้นที่ตู้เสื้อผ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีความหลงใหลในแฟชั่นอย่างจริงจัง หรือคนแต่งตัวเก่ง โชคดีที่มันค่อนข้างง่ายและประหยัดในการจัดระเบียบถ้าคุณทำตู้เสื้อผ้าเป็นแบบ Open closet เพราะคุณจะไม่ต้องหาที่ซ่อนเสื้อผ้าของคุณอีกต่อไป จะหยิบใช้ก็ง่ายเพราะเห็นหมดว่ามีชุดไหน รองเท้าคู่ไหนบ้าง แต่ต้องระวังในการจัดวาง ไม่ให้ห้องเสียผ้าดูรกเกินไป

ชั้นวางของอเนกประสงค์ 

หลักการเดียวกันกับที่ใช้กับตู้เสื้อผ้าแบบเปิด การหาชั้นวางของอเนกประสงค์แบบมีช่องเปิดโล่งๆ ก็ช่วยให้สามารถจัดวางของได้เป็นระเบียบและดูโล่งสบายตา ชั้นวางของจะช่วยให้คุณไม่โยนของไม่เป็นที่เป็นทาง แต่ช่วยให้คุณจัดระเบียบได้ดียิ่งขึ้น ลองใช้ชั้นวางของที่มีหลายๆ ชั้นจัดวางหนังสือตามขนาด, ของใช้ส่วนตัว ที่หยิบใช้ได้ง่ายหรือจะเป็นของตกแต่งตามสไตล์ของคุณ

ใช้ประโยชน์จากฉากกั้น 

ฉากกั้นเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับห้องสตูดิโอ เพราะมันมีความสามารถในการสร้างห้องใหม่ขึ้นมาได้โดยที่ไม่ต้องเจาะหรือสร้างห้องใหม่ อีกทั้งยังมีให้เลือกหลายรูปแบบ ทำจากหลากหลายวัสดุให้เลือก ขึ้นอยู่กับสไตล์ของคุณ ถ้าคุณใช้ฉากกั้นสีขาวแบบคลาสสิก ก็จะช่วยให้ห้องดูสะอาดตา สามารถพับเข้าเมื่อไม่ต้องการใช้ หรือเอาออกมาใช้เมื่อมีแขกมาที่ห้อง

ใช้ประโยชน์จากเตียงของคุณ

เตียงนอนอาจเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่สุดและใช้พื้นที่มากที่สุดในห้องสตูดิโอของคุณ ดังนั้นจงใช้ประโยชน์สูงสุดจากมัน คุณอาจจะเปลี่ยนเป็นเตียงแบบยกสูง เพื่อให้มีพื้นที่เก็บของใต้เตียง เช่น ชุดผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน, หมอนหรือที่นอนรับแขก, หรือจะใช้โซฟาเบด ก็ประหยัดพื้นที่ไปได้เยอะเหมือนกัน

ใช้ประโยชน์จากระเบียงห้อง 

หากคุณมีระเบียงห้อง อย่าปล่อยให้พื้นที่นั้นเปล่าประโยชน์ เพราะมันอาจกลายเป็นที่เก็บของได้ดีทีเดียว ลองหากล่องใส่รองเท้าแบบโปร่งที่ซ้อนกันได้หลายชั้น มาจัดเก็บรองเท้าที่คุณไม่ค่อยจะได้ใส่ แต่จำเป็นต้องมี หรือหาตู้ลิ้นชักเก็บของมาซักอันเพื่อจัดเก็บของที่ใช้เฉพาะตามฤดูกาล เช่น ร่ม, เสื้อกันฝน, ห่วงยาวแบบเป่าลม, หรือแม้แต่กล่องเครื่องมือช่าง เป็นต้น 

หากคุณไม่อยากอุดอู้อยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่มีของรกเต็มไปหมด ลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับห้องขนาดเล็กของคุณ แล้วคุณจะเห็นว่าขนาดของความสุขสร้างไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของห้องเสมอไป

หมวดหมู่

Home Design

Home Design

Interior Decorating

Interior Decorating

Furniture Design

Furniture Design

Gardening

Gardening

Do It Yourself

Do It Yourself

Home Repair

Home Repair

Follow Us